28 สิงหาคม 2551แนวข้อสอบจากครูพี่แนน อริสรา ธนาปกิจ หัวหน้าทีมผู้สอน Enconcept และทีมอาจารย์ผู้ออกข้อสอบ TARO Free NET52 มาฝากน้อง ๆ ค่ะ มาดูกันนะคะ ว่าครูพี่แนนได้กล่าวถึงแนวข้อสอบภาษาอังกฤษ O-NET A-NET ปี 52 อย่างไรบ้าง
ครูพี่แนน :: เมื่อดูจากข้อสอบปีปัจจุบัน และย้อนหลังไป 2- 3 ครั้งที่ผ่านมา จะเห็นว่ารูปแบบข้อสอบจะเหมือนเดิมทุกปี คือ ในส่วนของบทสนทนา จะมีประมาณ 25 ข้อเท่ากันทุกปี โดยบทสนทนาจะเป็นการโต้ตอบในสถานการณ์ทั่วไป บทสนทนาไม่ซับซ้อน เช่น การเชื้อเชิญแขก (Invitation) การติดต่อเช่าที่พัก (Looking for Apartment) การโต้ตอบทางโทรศัพท์ (Telephone Coversation) การสอบถามข้อมูลต่างๆ (Asking/Giving Information)
ส่วนการวิเคราะห์หาข้อผิด หรือ Error Identification ก็คงยังอยู่ที่ประมาณ 15-20 ข้อ เท่านั้น นักเรียนจำเป็นต้องใช้ความรู้ทาง Grammar ทุกเรื่องประกอบกัน ฝึกฝนการพิจารณา Sentence Structure บ่อยๆ จะช่วยให้ทำข้อสอบในส่วนนี้ได้ดี
ในส่วนของการวัดทักษะการเขียน (Writing) จะมีทั้งข้อสอบ Sentence Completion และ Cloze Test ประมาณ 20 ข้อ โดยเน้นที่ Cloze Test เป็นหลัก ในส่วนนี้จะให้เติมเป็น Phrase หรือ Clause ลักษณะจะวัด Sentence Structure และความเชื่อมโยง บวกกับความเข้าใจในเนื้อเรื่อง นักเรียนจึงควรทำความเข้าใจกับรูปแบบประโยคในภาษาอังกฤษว่าโครงสร้างประโยคมีกี่แบบ อะไรเป็น Verb แท้ อะไรไม่ใช่ Verb แท้ อะไรเป็น Subject อะไรเป็นส่วนขยายที่ตัดทิ้งได้ ซึ่งส่วนนี้สำคัญมาก ช่วยในการทำข้อสอบ Sentence Completion, Error Identification, Cloze Test หรือแม้กระทั่ง Passage ด้วย
ส่วนสุดท้ายซึ่งเป็นส่วนที่มีคะแนนมากที่สุดคือ Reading ในปีที่ผ่านมามีข้อสอบมากถึง 40 ข้อ โดยในส่วนนี้จะเน้นที่ Vocabulary เป็นหลัก รูปแบบจะมีทั้ง Cloze Test, Reading Comprehension และ Speed Reading ด้านเนื้อหาก็หนีไม่พ้น ข่าว โฆษณา บทความและตารางต่างๆ ถ้านักเรียนฝึกฝนการอ่านข่าว โฆษณา การ์ตูน หรือบทความภาษาอังกฤษ จากแหล่งต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ข้อสอบส่วนนี้จะเป็นตัวช่วยดึงคะแนนของน้องๆ ให้สูงขึ้นได้มากค่ะ ส่วนแนวข้อสอบภาษาอังกฤษ A-NET นั้น ข้อสอบ A-Net ระดับความยากจะใกล้เคียงกับข้อสอบ Toelf, CU-TEP รวมกับ TU-GET ออกเกินเนื้อหามัธยมปลายไป ในส่วน Speaking มีทั้งหมด 30 ข้อ มีทั้ง Short และ Long Converastion โดยจะวัด Idiom, สุภาษิต และ Phrasal Verb เยอะมาก เช่น ทำให้รำคาญ (gets me in) หรือ เห็นด้วยมากๆ (I could not agree more) ซึ่งสำนวนเหล่านี้ต้องอาศัยการสะสมเพิ่มขึ้นจากการดูหนัง ฟังเพลง และอ่านหนังสือ บทความ นิตยสารต่างๆ ให้มากขึ้น นอกจากนี้แล้วความยากอง A-Net ยังอยู่ที่นักเรียนต้องสามารถวิเคราะห์ความหมายและความเหมาะสมกับสถานการณ์ของตัวเลือกแต่ละข้อได้ด้วย โจทย์มักจะหลอกด้วยคำ หรือสำนวนที่มีความหมายคล้ายกัน แต่ไม่สามารถใช้ได้ในสถานการณ์เดียวกันได้ เช่น รอซักครู่ ในการโทรศัพท์อาจจะใช้ว่า Hang on for a while. แต่ถ้าให้บอกให้ลูกค้าที่สั่งอาหารรอซักครู่ เดี๋ยวได้จะใช้ว่า Coming right up.
ใน A-Net ข้อสอบแทบทุก Part จะเน้นเรื่อง Vocabulary มาก นอกจากนี้แล้วยังมี Part ที่วัดเรื่องคำศัพท์โดยเฉพาะ โดยข้อสอบเป็น Sentence Completion ล้วนๆ ถึง 10 ข้อ แถมข้อสอบก็ไม่หมูเลยนะคะ น้องๆ ที่จำชุดคำศัพท์ได้หมดทุกคำ แต่ไม่รู้ความแตกต่างในการใช้ก็จะจอดแน่นอน ทางแก้คือต้องลองทำโจทย์บ่อย ลองดูตัวอย่างการใช้คำศัพท์คล้ายจากพจนานุกรมก็ช่วยได้มากค่ะ
การวัดความรู้ด้าน Grammar and Structure ใน A-Net นั้นมีอยู่ประมาณ 10 15 ข้อ โดยข้อสอบเป็นแบบ Sentence Completion และ Clozetest เท่านั้น ซึ่งการเติมคำในช่องว่างนี้หินไม่ใช่เล่น เพราะเน้นการเติม phrase หรือ clause มากกว่าการเติมคำ
ส่วนที่สำคัญที่สุดใน A-Net คงจะหนีไม่พ้น Reading ซึ่งมีปริมาณมากสุดๆ เกือบ 50 % ได้เลย ใน A-Net มีตั้งแต่อ่านกลอน, การ์ตูน, กราฟ, โฆษณา, จดหมาย, เนื้อเรื่อง Passage ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น Research หรืองานวิจัยแทบทั้งสิ้น โดยหัวข้อของ Research หนีไม่พ้น Environment (สิ่งแวดล้อม), Sciences (วิทยาศาสตร์), Health and Medicine (สุขภาพและการแพทย์) และ Society (สังคม) น้องๆ ที่คิดว่าการอ่านเป็นเรื่องยาก คงต้องเพิ่มความพยายามฝึกฝนการอ่านให้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอ่านหนังสือนิยาย การ์ตูน ข่าว โฆษณา หรือแม้แต่ฉลากข้างขวดก็มีประโยชน์กับน้องๆ ทั้งนั้นเลยจ้ะ
น้อง ๆ รู้ได้แนวข้อสอบภาษาอังกฤษแล้ว หากต้องการทดสอบตัวเอง และ ทดลองทำข้อสอบก่อนการ Admissions รีบเข้าไปสมัครสอบฟรีที่ http://freenet.eduzones.com
มีทั้งข้อสอบ ONET ANET วิชาเฉพาะ เช่น ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาฝรั่งเศส และข้อสอบ GAT PAT สำหรับน้อง ๆ ม.4 ม.5 รีบสมัครด่วนค่ะ รับจำนวนจำกัด
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (0)
แสดงความคิดเห็น