01 กุมภาพันธ์ 2551
ระบุต้นทุน 'ข้าวสาลี'แนวโน้มสูงปี 50 สาหัสหืดขึ้นคอกำไรจิ๊บจ๊อย
นายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิ เดนท์ฟูดส์ ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรา “มาม่า” เปิดเผยว่า บริษัทจะทบทวนการปรับราคามาม่าขึ้นอีกครั้ง หากราคาวัตถุดิบหลักที่ใช้ผลิตสินค้า เช่น แป้งสาลี ทะลุถึงกระสอบละ 600 บาท จากปัจจุบันกระสอบละ 495 บาท และน้ำมันปาล์ม ราคาเพิ่มถึงกิโลกรัมละ 50 บาท จากปัจจุบันกิโลกรัมละ 40 บาท อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นบริษัทจะยังไม่ขึ้นราคา เพราะไม่ต้องการผลักภาระให้ผู้บริโภคอีก หลังจากได้ทยอยปรับราคาไปแล้ว 1 บาท ตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา แต่หากภายใน 6 เดือนข้างหน้าแนวโน้มต้นทุนยังเพิ่มต่อเนื่องบริษัทอาจจำเป็นต้องปรับราคาช่วงปลายปีนี้
“หากต้นทุนยังเพิ่มขึ้นไม่มีทีท่าว่าจะหยุด หากไม่ขึ้นราคาสินค้า บริษัทคงอยู่ไม่ได้ แต่การขึ้นราคาอีกครั้งนั้น เชื่อว่าคงไม่ง่ายและสะดวกนัก เนื่องจากปัจจุบันบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถูกจัดให้เป็นสินค้าควบคุม อย่างไรก็ตาม บริษัทจะพยายามพยุงราคาสินค้าในระดับนี้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้ จากการที่บริษัทขึ้นราคามาม่าแบบซองและคัพไปแล้ว 1 บาท ต้องขอโทษผู้บริโภคด้วย เพราะเราไม่ได้ผลักภาระ แต่ปรับราคาเพื่อความอยู่รอด อีกทั้งช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยขึ้นราคามาก่อน ขณะที่ราคาวัตถุดิบเปลี่ยนแปลงตลอด โดยราคาที่ขึ้นอีก 1 บาท ต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มให้รัฐบาล 7 สต. ร้านค้าปลีกและค้าส่ง 15 สต. บริษัท สหพัฒน์ (ผู้จัดจำหน่าย) 20 สต. และที่เหลือเป็นของบริษัท ซึ่งถือว่าติดลบด้วยซ้ำไป เพราะรองรับค่าวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น”
สำหรับในปีที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายประมาณ 6,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.87% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิลดลงจากปีก่อนประมาณ 14.4% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่วนในสิ้นปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีกำไรประมาณ 8% หรืออาจลดลงกว่านั้น ซึ่งต่ำสุดรอบ 5 ปี เพราะแนวโน้มกำไรในไตรมาสที่ 1 ไม่ค่อยดีนัก เป็นผลจากต้นทุนด้านวัตถุดิบที่สูงขึ้น
ส่วนแผนดำเนินงานปีนี้ บริษัทเตรียมทุ่มงบ 300 ล้านบาท ลงทุนซื้อเครื่องจักรใหม่รวมทั้งย้ายโรงงานผลิตเวเฟอร์จากอำเภอศรีราชา ไปจังหวัดระยอง โดยวางเป้าหมายเพิ่มกำลังผลิตมาม่าแบบถ้วยอีกเดือนละ 80,000 หีบ จากกำลังผลิตปัจจุบันเดือนละ 220,000 หีบ และแบบซองอีกเดือนละ 36,000 หีบ จากปัจจุบันเดือนละ 600,000 หีบ นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบไม่ใช้น้ำมันทอด แต่ชงน้ำได้ รวมทั้งการทอดแบบใช้น้ำมันน้อย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่จากญี่ปุ่น ซึ่งใช้น้ำมันปาล์มเพียง 13% จากปัจจุบันที่บริษัทต้องใช้น้ำมันปาล์ม 17% โดยจะเป็นกลุ่มสินค้าใหม่เพื่อจับกลุ่มคนรักสุขภาพ ทำให้ขายในราคาที่แพงกว่าได้ ในส่วนของวัตถุดิบนั้น บริษัทมีนโยบายซื้อสินค้าทุกประเภทแบบไม่เกี่ยงราคา เพื่อไม่ให้สินค้าขาดสต๊อก และทำให้โรงงานมั่นใจว่าบริษัทยอมซื้อสินค้าในราคาที่เสนอมา ซึ่งขณะนี้ทำสัญญาซื้อสินค้าล่วงหน้า 3 เดือน จากเดิม 1 ปี.
ที่มา : http://www.dailynews.co.th
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (4)
แสดงความคิดเห็น




| อา. | จ. | อ. | พ. | พฤ. | ศ. | ส. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | ||||
วันที่ 21 สิงหาคม 2551 เวลา 10:33
โดย : จุ๊
อีเมล์ : -
เว็บไซต์ : -
IP 203.172.177.xxx